2008/Jan/23

สิ่งลึกลับในประวัติศาสตร์

ในประวัติศาสตร์มีเรื่องน่าสงสัยอยู่มากมาย

เวลาพี่ตินดูดิสคัฟเวอร์รี่ แชนเนล หรืออ่านเนชั่นแนล จีโอกราฟิก จะแปลกใจเสมอว่ามนุษย์เราช่างสร้างสรรค์จัง

และที่น่าชื่นชมยิ่งกว่าก็คือนักโบราณคดีที่คอยหาคำตอบให้กับสิ่งต่างๆ ที่เราไม่อาจรู้

เป็นเรื่องน่าทึ่งกับมัมมี่อายุหลายพันปีที่ไม่เน่าเปื่อย

หรือแม้แต่เรื่องของอารยธรรมมายาที่เคยรุ่งเรืองแต่กลับเสื่อมสลายไปเงียบๆ

เวลาดูแล้วพี่ตินให้สงสัยว่า ทำไมพวกเขาหาคำตอบได้เก่งขนาดนี้

จะมีไหม อารยธรรมหรืออะไรก็ตามในประวัติศาสตร์ที่มนุษย์จะหาคำตอบไม่ได้...

อะไรที่ยังคงเป็นเรื่องลึกลับตลอดกาล.... อ่านบทความนี้แล้ว พี่ตินได้คำตอบนั้นแล้วละ

 

น้องคนไหนอยากรู้ว่าอะไรที่ไม่เคยเปิดเผย อะไรที่ยังคงเป็นความลับของประวัติศาสตร์ ตามพี่ตินมาได้เลยจ้า 

 

 

 

10 Rongorongo

ถูกเรียกว่าเป็นเกาะลึกลับฝั่งตะวันออก Rongorongo เคยเป็นแคว้นที่อยู่อาศัยของผู้อพยพ

ไม่มีเพื่อนบ้าน และไม่มีภาษาเขียน ดินแดนแห่งนี้เชื่อว่าเจริญมากในยุค 1700 s

และเพราะไม่มีภาษาเขียน จึงไม่มีใครหยั่งรู้ว่าแท้จริงแล้ว พวกเขาอยู่กันอย่างไร

 

 

 

9 Helike เมืองที่หายไป

กวีชาวกรีกที่โด่งดัง Pausanias บันทึกไว้ว่า เมืองที่ชื่อ Helike ถูกแผ่นดินไหวก่อน ทำให้กลายเป็นเมืองร้าง

แล้วตามด้วยสึนามิรุนแรงที่กวาดทุกอย่างพินาศเกินกว่าจะแก้ไข

พวกอาร์เคเดียนพยายามบูชาเทพแห่งทะเลอย่างโปไซดอนหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่มีใครพบเมืองแห่งนี้อีกเลย

จนปี 1861 นักโบราณคดีได้พบเหรียญบรอนซ์ ที่เชื่อกันว่ามาจากเมือง Helike

และในปี 2001 พวกเขาได้พบรากขอเมือง Helike ใต้แอตแสนตีส  

 

 

8 The Bog Bodies

แม้แต่ CSI ยังยอมแพ้กับการสืบเรื่อง Bog Bodies

ได้มีการค้นพบศพกว่าร้อยแถบด้านเหนือของยุโรป ล้วนเป็นศพที่ถูกรักษาอย่างดี

บางศพมีอายุถึง 2,000 ปี ทุกศพถูกจัดด้วยท่าทางคล้ายกำลังพยากรณ์อะไรบางอย่าง

ท่าทางเช่นนั้นทำให้คนเชื่อกันว่าพวกเขาถูกจับมาบูชายัญ แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าคืออะไรกันแน่

 

 

 

7 ความพ่ายแพ้ของจักรพรรดิ Minoans

นักประวัติศาสตร์ล้วนแล้วแต่สงสัยว่าอะไรทำให้จักรวรรดิโรมันต้องแตก

และอะไรทำให้จักรพรรดิ Minoans สูญเสียอาณาจักรของพระองค์

เชื่อกันว่าในยุคที่รุ่งเรืองที่สุดของจักรพรรดิ ได้เกิดการระเบิดของภูเขาไฟ

ผลการตรวจสอบผืนดินบริเวณนั้น ทำให้นักโบราณคดีคาดเดาว่า

การระเบิดครั้งใหญ่ ทำให้อาณาจักรต้องล่มสลายลง

 

 

 

6 The Carnac Stones

ถ้าเชื่อว่าสโตนเฮ้นจ์ยิ่งใหญ่แล้ว อนุสรณ์ Carnac Stone ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

ที่ชายฝั่งด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศฝรั่งเศส

เต็มไปด้วยหินกว่า 3,000 ก้อนเรียงรายกันเป็นระยะทางถึง 12 กิโลเมตร

จากความเชื่อท้องถิ่น เชื่อกันว่าหินนี้มีประวัติศาสตร์สัมพันธ์กับพ่อมดเมอร์ลิน

ส่วนหลักฐานจากนักวิทยาศาสตร์ ที่ศึกษาหินนี้มากว่า 30 ปี พวกเขาคาดเดาว่า

หินเหล่านี้น่าจะไว้ใช้จับแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว แต่เรื่องคนสร้างนั้น ไม่มีใครรู้ 

 

 

 

5 ใครคือโรบิน ฮู้ด

ตำนานน่าสนใจของป่าเชอร์วู้ด กษัตริย์ร้ายๆ และดาบศักดิ์สิทธิ์เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก

แต่นักประวัติศาสตร์ไม่ค่อยแน่ใจว่ามีโรบิน ฮู้ดตัวจริงหรือไม่ ความเป็นไปได้น่ะมีอยู่

แต่ก็ยังไม่มีใครหาหลุมฝังศพของวีรบุรุษสุดเท่คนนี้พบเสียที

หรือว่ามันจะเป็นแค่ตำนานกันนะ

 

 

 

4 กองทัพที่หายไปของชาวโรมัน

หลังจากกองทัพของเครซซุสแห่งโรมันพ่ายแพ้ต่อพวก Parthians

สิ่งที่น่าตกใจก็เกิดขึ้น เมื่อจู่ๆ พวกเขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย และอีก 17 ปีต่อมา

นักประวัติศาสตร์ชาวจีนได้บันทึกเรื่องราวของกองทัพประหลาดที่คล้ายกับทหารโรมัน

ที่อยู่ๆ ก็ปรากฏตัวที่ทะเลทรายโกบี จากการตรวจสอบดีเอ็นเอของแพทย์ยุคปัจจุบัน

พวกเขาพบว่าดีเอ็นเอเหล่านั้นไม่ใช่ของชาวจีน แต่เป็นของชนต่างชาติ ผิวขาว ผมทอง และนัยน์ตาสีเขียว

และมันคืออะไรกันแน่

 

 

 

3 The Voynich Manuscript

The Voynich manuscript คือชื่อของหนังสือที่อ่านยากที่สุดในโลก

มีอายุ 500 ปี และถูกค้นพบที่ห้องสมุดเก่าแก่ของโรม มีทั้งหมด 240 หน้า

เขียนเป็นภาษาที่ไม่มีใครเข้าใจ และยังคงเป็นปริศนามาจนทุกวันนี้

จากการคาดเดา เชื่อกันว่ามันเป็นหนังสือกฎหมาย...

 

 

 

2 The Tarim Mummies

จากการตรวจสอบบริเวณตะวันตกของประเทศจีน โดย Tarim Basin นักโบราณคดี

เขาได้พบมัมมี่กว่า 100 ตัวที่มีอายุถึงกว่า 2,000 ปี ในตอนแรกทุกคนคิดว่าเป็นมัมมี่ชาวจีน

แต่ต่อมาเมื่อศาสตราจารย์ Victor Mair ได้ตรวจสอบดีเอ็นเอของเหล่ามัมมี่

ผลที่ออกมากลับกลายเป็นว่าพวกมัมมี่มีดีเอ็นเอของชาวยุโรป

ดังนั้น จึงเป็นที่น่าแปลกใจว่าทำไมคนยุโรปมาลงเอยเป็นมัมมี่อยู่ที่จีนได้...

 

 

 

1 การหายไปของอารยธรรม Indus Valley 

Indus Valley คืออารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุดของอินเดีย

เชื่อกันว่าแพร่หลายจากอินเดียตะวันตกไปจนถึงอัฟกานิสถานเลยทีเดียว

มีประชากรในชุมชนอยู่ถึง 5 ล้าน และเจริญรุ่งเรืองยิ่งกว่าอารยธรรมไหนๆ

เมื่อนักโบราณคดีมาพบ พวกเขาประทับใจอารยธรรมนี้มาก แต่ที่น่าแปลกใจคือ...

ไม่มีใครระบุได้เลยว่าอารยธรรมสิ้นสุดที่ไหน ได้อย่างไร ไม่หลักฐานของการสู้รบใดๆ

อารยธรรมแห่งนี้เพียงแต่สูญสลายไปอย่างนั้นหรือ? ไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้เลย

 

อ่านจบแล้วเป็นไงบ้างเอ่ยน้องๆ ทั้งหลาย

พี่ตินอ่านแล้วทึ่งแฮะ ว่าโลกเรายังมีอะไรอีกมากมายเลยที่เรายังไม่รู้....

น่าตื่นเต้นเนอะ ว่าไหม

CREDIT: พี่อติน ณ เด็กดี

2008/Jan/23

การกินอาหารเป็นเรื่องสำคัญ เพราะทุกวันเราต้องกินต้องย่อย

วันนี้ พี่ตินนำเรื่องอาหารที่ย่อยได้ยากมาบอกกล่าวกัน ถ้ารู้แล้วจะได้หลีกเลี่ยงไม่กินบ่อยๆ เนอะ

(แต่ท่าทางดูจากรายชื่อแล้ว พี่ตินว่าหลีกเลี่ยงได้ยากอยู่นะเนี่ย)

 

ไก่ทอดแบบแช่แข็ง

ปกติ อาหารประเภททอดก็ย่อยยากอยู่แล้ว และอมน้ำมัน แถมยังเต็มไปด้วยไขมัน

ยิ่งเมื่อนำมาผ่านกระบวนการการทำให้แข็ง แล้วจึงค่อยนำมาทอดรับประทาน ทำให้อาหารชนิดนั้นอันตรายมาก

บางครั้ง เมื่อร่างกายย่อยไม่สำเร็จ อาจจะทำให้เราท้องร่วงหรือท้องเสียได้

ทางแก้คือ เราควรหันไปกินของทอดสดๆ ประเภทอื่น อย่างเช่นมันฝรั่งทอด ถั่วทอด เพรทเซล หรือป๊อปคอร์น

 

อาหารรสจัด

พวกของเผ็ดๆ จะทำให้กระเพาะต้องระคายเคือง แม้ว่าคุณจะพยายามดื่มน้ำกลบแล้วก็ตาม

แต่ยังไงผลกระทบนั้นก็ยังคงอยู่

 

 


ช็อกโกแลต

การกินช็อกโกแลตจำนวนเหมาะสมเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้ากินมากเกินไป ก็ไม่ใช่เรื่องดี

เพราะช็อกโกแลตทำให้การบีบตัวของกระเพาะลดลงเพื่อให้เราผ่อนคลาย

และเมื่อขาดการบีบตัวนี้ ร่างกายก็จะหลั่งกรดออกมามากขึ้น ทำให้ระคายเคืองในกระเพาะได้

 

 

 

น้ำมะนาว

ในน้ำมะนาวมีกรดที่จะรบกวนหลอดอาหาร ทำให้ระคายเคือง

จนบ่อยครั้ง เรารู้สึกเหมือนมีอะไรบาดคอ ในช่องท้อง กรดนี้ก็จะสร้างปัญหาอีก

ถ้าหากว่าเราไม่กินอาหารในปริมาณที่มากพอ แต่ท้องยังว่าง ก็เท่ากับว่าเราไปเพิ่มกรดลงในช่องท้อง

อาจทำให้กระเพาะต้องปวดแสบปวดร้อนได้ และถ้าใครชอบกินน้ำมะนาวผสมน้ำหวาน ระวังให้ดี

การผสมกันของกรดและน้ำตาล อาจทำให้ท้องเสียได้ (พี่ตินนี่แหละชอบกิน -*-)

 

 

มันบด

การกินมันที่ขึ้นฟูดูน่าอร่อยมากทีเดียว แถมยังทำง่ายอีกด้วย

แต่ถ้าใส่นมหรือครีมหนักมือไปหน่อย อาจทำให้มันเต็มไปด้วยแลคโทส และย่อยได้ยาก

 

 

 

หัวหอมดิบ

หัวหอมเป็นญาติกับกระเทียมเลยทีเดียว และจริงๆ มันก็ดีต่อร่างกาย ดีต่อหัวใจ

แต่บางตัวก็ทำให้ท้องต้องอันตราย เพราะหัวหอมดิบมีสารที่อันตรายอยู่มาก ทำให้กระเพาะระคายเคือง

จะระคายแค่ไหน ลองคิดสิ เวลาปอกหัวหอมเรายังน้ำตาไหลเลยนี่นา

 

 

ไอศกรีม

ในไอศกรีมเต็มไปด้วยแลคโทส และยังมีแก๊สมากมาย

ยิ่งถ้ามันไม่ได้ทำวันต่อวัน แต่เก็บไว้นานๆ ผ่านกระบวนการแช่แข็ง จะยิ่งทำให้ยากต่อการย่อยมากยิ่งขึ้น

 

 

 

บร็อคโคลี่ และกะหล่ำปลีดิบ

ผักที่แสนดี เต็มไปด้วยไฟเบอร์นี้ดีต่อสุขภาพก็จริง แต่ถ้าจะกิน ควรปรุงเสียก่อน

และที่สำคัญควรหั่นออกเป็นฝอยๆ เสียด้วย เพราะไม่อย่างนั้นมันจะเต็มไปด้วยแก๊ส

 

 


ถั่ว

นี่ก็คืออาหารยอดคุณประโยชน์เช่นกัน แต่คงไม่มีใครปฎิเสธว่าในถั่วเต็มไปด้วยแก๊สนะ

และเอนไซม์ในถั่วยังอาจทำให้ร่างกายมีแต่แบคทีเรียด้วย

 

 

 

หมากฝรั่งแบบไม่มีน้ำตาล

อย่าคิดว่าการกลืนหมากฝรั่งจะไม่มีอันตรายนะ

มันไม่ได้ทำมาเพื่อกลืนเสียหน่อย และยังมีสารที่เป็นอันตรายทำให้หนืดอีกด้วย

ใครที่คิดจะกลืนเปลี่ยนใจได้เลย อันตรายที่สุด

 CREDIT: พี่อติน ณ เด็กดี

2008/Jan/23

เมื่อเอ่ยถึงชีส พี่ไอซ์คาดว่าหลายๆคน คงอยากกินแล้วก็ชอบด้วยใช่มั๊ยล่ะ!! ขนาดพีไอซ์ยังชอบกินเลยคะ อย่างเช่น ซีสซี่ฟรายด์ ฮ่าๆๆ เกี่ยวมั๊ยเนี่ย!!~ แต่พี่ไอซ์ว่ากินชีสไปมากๆ มันจะทำให้อ้วนน้า แต่เราก็ยังชอบกินกันอยู่ดีใช่เปล่า?? อิอิ แต่ชีสนั้นมีหลายชนิด วันนี้พี่ไอซ์จะแนะนำชีสแต่ละชนิดให้ได้รู้จักกันค่ะ

         

          Fresh Cheese ชีสสด
          เป็นชีสที่ไม่ผ่านการหมักบ่ม รับประทานได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ หลังจากการผลิต เช่น Ricotta , Fresh Mozzarellat , Mascapone , Cream Cheese , Cottage Cheese

         

          Blue Cheese
          เป็นชีสที่มีการเติมเชื้อราที่รับประทานได้ลงไปในการหมักบ่ม เพื่อให้เกิดกลิ่น และรสชาดที่เป็นเอกลักษณ์ มีลักษณะเนื้อนุ่ม มีจุดหรือลายสีน้ำเงินในเนื้อชีสคล้ายลายหินอ่อน เช่น Danish Blue , Roquefort , Gorgonzola

          Hard Cheese
          เป็นชีสที่หมักบ่มเป็นเวลานานกว่า 6 เดือนขึ้นไป มีความชื้นในตัวค่อนข้างต่ำ และมีไขมันในเปอร์เซ็นที่สูงไม่เกิน 50 % เนื้อชีสค่อนข้างแข็ง เหมาะสำหรับการขูดเพราะตัดยาก เช่น Cheddar , Parmesan , Emmental , Pecorino

         

          Semi – hard Cheese
          เป็นชีสที่ผ่านการหมักบ่มจนได้ที่แล้ว โดยใช้ระยะเวลาในการหมักบ่มประมาณ 3 – 6 เดือนมีความชื้นในตัวน้อย และมีไขมันในเปอร์เซ็นที่สูง เช่น Jack Cheese , Monterey , Edam

         

         Soft Cheese
          เป็นชีสที่ผ่านการหมักบ่มในระยะเวลาสั้นๆ เนื้อชีสนิ่มและเหมาะสำหรับการ Spread มีไขมันและความชื้นในเนื้อชีสในเปอร์เซ็นที่ค่อนข้างสูง เช่น Feta Cheese , Brie , Camembert

         

          Washed – Rind Cheese
          เป็นชีสที่ผ่านการล้างด้วยของเหลวต่างๆ ระหว่างการหมัก เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของแบคทีเรียชนิดดีที่มีอยู่ในชีส และเพื่อให้เกิดรสชาดต่างๆในชีสแต่ละตัว ส่วนของเหลวที่มักใช้ในกระบวนการหมักมีหลายอย่าง เช่น น้ำเกลือ บรั่นดี ไวน์  น้ำมันมะกอก ชีสประเภทนี้จะมีรสชาดและกลิ่นที่ค่อนข้างแรง เช่น Port Salut , Taleggio

          เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ อยากกินละเซ่ อิอิ กินได้นะคะ แต่อย่าลืมออกกำลังกายด้วยมันจะได้เผาพลาญไขมันออกได้ค่ะ วันนี้พี่ไอซ์ไปก่อนนะคะ บ๊ายยบาย^^

 CREDIT: พี่ไอซ์ ณ เด็กดี